NC - BLACK SWAN [PART3]

posted on 01 Mar 2012 20:57 by specialdictator

 

 

กึ่ก!

เสียงแผ่นหลังบางกระแทกกับประตูห้องน้ำอย่างแรงหากแต่เจ้าตัวกลับไม่ส่งเสียงร้องของความเจ็บปวดแต่อย่างใด ริมฝีปากอิ่มยังคงประกบดูดดื่มอยู่กับริมฝีปากของผมไม่ห่าง กระหวัดลิ้นไปทั่วโพรงปากอย่างโหยหา ผมใช้มืออีกข้างที่ว่างอยู่ล็อคประตูห้องน้ำก่อนที่จะมีใครมาเห็นเข้าแล้วดันอีกฝ่ายให้พิงกับผนังเย็นในขณะที่ยังคงบดขยี้ริมฝีปากนั้นอยู่ มือแกร่งดึงชายเสื้อเชิร์ตสีดำจนหลุดออกพลางสอดมือเข้าไปลูบไล้หน้าท้องแบนราบที่แขม่วลงเมื่อผมสัมผัส...

 

 

 

 

 

 

 

 

 

.

.

 

 

 

 

 

 

 

 

 

“อะ...อา...”

“ชู่วว์...”

 

 

กลายเป็นผมที่ส่งเสียงครางออกมาเสียก่อน น่าอายจริงๆ ที่ได้ยินเสียงห้ามออกมาจากปากเขา...ทันทีที่พูดจบริมฝีปากอิ่มนั่นก็เข้าครอบครองแกนกายของผมเข้าไปอีกครั้งหลังจากที่ก่้อนหน้านี้คยูฮยอนได้ให้ความสุขกับผมด้วยปากนั่น เปลือกตาของผมปิดลงรับสัมผัสวาบหวามที่อีกฝ่ายกำลังมอบให้ มันรู้สึกดีจนผมอยากจะกดหัวเขาลงไปให้ลึกกว่านี้...ก็รู้ว่าเป็นพื้นที่สาธารณะและผมเองก็ไม่เคยมาทำอะไรแบบนี้เสียด้วย มันง่ายที่จะถูกจับได้แต่ผมก็เลือกที่จะทำมันต่อไป...

ทันทีที่ลืมตาขึ้นก็ต้องสบตากับใครอีกคนที่กำลังขยับริมฝีปากเข้าออกอย่างชำนาญ...ดูเหมือนว่าเขาจะพอใจกับสีหน้าผมในตอนนี้...ผมประคองคยูฮยอนไว้ก่อนจะเชยคางมนขึ้นพร้อมกับโน้มหน้าเข้าไปใกล้หากแต่อีกฝ่ายกลับยื้อเอาไว้แล้วสบตากับผม

 

 

“ไม่ให้ผมทำต่อเหรอครับ?” เสียงแหบพร่ากระตุ้นอารมณ์ผมให้ทวีคูณยิ่งกว่าที่เป็นอยู่ คยูฮยอนงับริมฝีปากล่างของผมเอาไว้พร้อมกับกดจูบลงมาเบาๆ

 

 

“ถ้าทำต่อ...ผมคงได้ปล่อยมันเข้าไปในปากคุณ”

 

 

“อย่าพึ่งรีบสิ...ทุกอย่างมันพึ่งเริ่มต้นเอง...” กระซิบข้างใบหูพร้อมกับเลื่อนมือลงมาสัมผัสลูบไล้แกนกายของผมที่ยังคงไม่ได้รับการปลดปล่อย

“คุณกำลังทำให้ผมเป็นบ้านะคยูฮยอน...” ใช่ ผมกำลังจะเป็นบ้าจริงๆ ทั้งการกระทำและคำพูดของเขานั่นทำให้ผมคิดว่าต่อให้ใครมาเจอในตอนนี้...

 

 

 

ผมก็ไม่มีทางหยุดแน่... 

 

 

 

“แย่จริง...นี่ผมกำลังกอดคนบ้าอยู่งั้นหรือ...” น้ำเสียงหยอกเย้ากระซิบข้างหูพร้อมกับร่างที่เลื่อนขึ้นมานั่งซ้อนบนตัก...วงแขนเรียวโอบรอบคอผมเอาไว้และสะโพกมนที่ยังคงสวมกางเกงสีดำอยู่นั่นทำให้ผมรู้สึกขัดใจอย่างบอกไม่ถูก

“อะ...อา...คยูฮยอน...ไม่เอาน่า...” ผมเริ่มหายใจติดขัดเมื่อสะโพกที่ยังคงสวมใส่กางเกงอยู่นั่นเริ่มเสียดสีกับแกนกายของผม...ให้ตายเถอะ...ไม่เคยมีใครทำให้ผมรู้สึกคลั่งได้ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต

 

 

“คิดถึงผมใช่ไหม?”

“...อะ...อา...” ผมพยังหน้าเป็นคำตอบ

 

 

 

 

 

 

“คุณต้องการผม...ซีวอน”

 

 

 

 

 

คยูฮยอนเข้าประกบจูบผมอีกครั้งอย่างดูดดื่ม มือเรียวไล่ปลดกระดุมเสื้อผมทีละเม็ด...ทีละเม็ด...นั่นทำให้ผมรู้ว่าอีกไม่นานคงได้พบกับความสุขสมอย่างที่ต้องการเสียที

 

 

เซ็กส์กับคยูฮยอนงั้นหรือ? 

ผมแทบไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ... 

 

 

ผมช่วยเขาปลดเข็มขัดและกางเกงที่เป็นอุปสรรคออกในขณะที่เขากำลังกระหวัดลิ้นไปทั่วลาดไหล่กว้างของผม...ไม่ยักรู้...ว่าริมฝีปากของเขาจะทำให้ผมรู้สึกดีได้ขนาดนี้

 

 

 

“ไปต่อที่ไหนดีวะ?”

“บ้านมึงดีป่ะ กูแม่งยังไม่เมาเลย”

“เอาดิ ยังเหลือวอดก้าอีกหลายขวด มอมพวกมึงได้ทั้งโคตร”

 

 

เสียงพูดคุยจากภายนอกนั่นทำให้ผมหยุดชะงักไปเล็กน้อยหากแต่ใครอีกคนกลับไม่รู้สึกอะไรกับผู้มาใหม่เลยสักนิดหนำซ้ำยังคงทำต่อไปราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นอีก พอมีคนเข้ามาจริงๆ ผมก็กลัวว่าจะความแตกเข้าให้ ผมดันไหล่คยูฮยอนออกพร้อมกับจ้องใบหน้าเรียวที่กำลังตาฉ่ำเยิ้มเพราะแรงอารมณ์...เราจ้องกันอยู่อย่างนั้นโดยที่ไม่พูดอะไรราวๆ ครึ่งนาที...

 

 

 

และกลายเป็นผม...ที่รุกเขาเสียเอง...

 

 

 

“อะ...อะ...” เสียงครางแผ่วเบาพร้อมกับสะโพกที่กดลงมาซ้ำๆ ผมเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าของเขาที่กำลังเคลิบเคลิ้มไม่ต่างจากผม...บอกตรงๆ ว่าเสียงนั่นทำให้ผมมีอารมณ์มากขึ้นยิ่งกว่าเดิม...

“อ...อย่าหยุด...”

“ไม่หยุดอยู่แล้ว...อะ...อา...” ประคองเอวบางให้กดทับแกนกายเข้ามาจนสุดด้วยจังหวะที่เร็วยิ่งขึ้น ผมกดจูบไปตามไหปาร้า...แผงอกบาง...ไล่ทำรอยไปทุกที่พร้อมกับตีตราเป็นเจ้าของถึงแม้ว่าผมจะไม่มีสิทธิ์นั้นก็ตาม คยูฮยอนไม่ได้ขัดขืนหรือต่อว่ากับสิ่งที่ผมทำอยู่เลยสักนิด

 

 

 

“ซีวอน...อา...เร็วอีก...”

“เบาเสียงหน่อย...เดี๋ยวก็มีใครได้ยินหรอก...” ผมกะจะเอาคืนเขาดูสักครั้งเมื่อคนที่ห้ามไม่ให้ผมส่งเสียงในทีแรกในตอนนี้กลับเป็นฝ่ายส่งเสียงครางเสียเอง

คยูฮยอนจ้องตาผมในขณะที่ส่วนกลางของเรายังคงเชื่อมต่อกันอยู่ ริมฝีปากอิ่มยิ้มเจ้าเล่ห์ก่อนจะเลียริมฝีปากผมเบาๆ

 

 

 

 

 

“ก็ช่างเขาปะไร...เพราะคุณ...ได้ยินเสียงผมแค่คนเดียวก็พอ”

 

 

 

 

 

 

 

 

เข้าใจแล้ว...

ผมจะฟังแค่เสียงคุณคนเดียว...คยูฮยอน...

 

 

 

บทที่ 2 การวิจัยทอมติ่ง

posted on 30 Jan 2012 19:38 by specialdictator

บทที่ 2 การวิจัยทอมติ่ง

 

 

(กระแอมเล็กน้อยแล้วแขวนเสื้อกราวน์ไว้บนราวก่อนจะเดินมานั่งบนเก้าอี้)

สวัสดีมิตรรักแควนขับทุกท่านที่หลงผิดเข้ามารับชมรับอ่านบทความนี้ (เป็นหนที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้)

อันเรานั้นมีนามแฝงว่าพี่ขำแต่นั่นไม่ใช่ประเด็น อย่างที่รู้กันว่าเรานั้นได้ปล่อยของไปหนึ่งอย่างเมื่อนานมาแล้วนั่นก็คือ บทที่ 1 การวิจัยเคะใน UFO จะเรียกว่าภาคสองเลยก็คงได้เพราะเนื้อเรื่องมันต่อเนื่องกัน ตามหัวข้อที่ว่าการวิจัยทอมติ่ง?

 

คำถาม : พี่ข้ะ ทอมติ่งคืออะไรเหรอข้ะ? (เอียงคอมอง)

 

เราจะมาแถลง “ทอมติ่ง” ให้ท่านได้อ่านกัน...

 

คำเตือน : เป็นเรื่องจริงบ้างไม่จริงบ้าง เขียนไปเท่าที่รู้ ไม่ได้อวดเก่งโชว์พาวหรืออยากดังเพราะปกติก็ดังอยู่แล้วน่ะนะ (ขยับแว่น) เขียนมาเพื่อความบันเทิงหากท่านไม่พอใจกรุณาเมนชั่นไปต่อว่าได้ที่ @Specialdictator

 

 

ทำความรู้จักกับทอมติ่งกันก่อน


ทอมติ่งเป็นเพศ ไส้เดือน ที่ไม่สามารถระบุเพศตัวเองได้ พวกนางมักจะบอกตัวเองและผู้อื่นอยู่เสมอว่า “เป็นทอมครับ” <- กูเป็นทอมนะ กูไม่ได้สาวน้อย ไม่ได้เป็นผู้หญิง จิตใจกูแมนมาก (ทุบอกที่รัดสเตย์ปั๊กๆ) แต่เชื่อเถอะถ้าผู้ชายหล่อๆ หรือไอดอลศิลปินเดินผ่านแม่งก็กรีดร้องกันประหนึ่งอสูรกายบุกโลก

อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่า “ทอมติ่ง” นั้นไม่ใช่ทอมโดยสายเลือดจริงๆ พวกนางเป็นเพียงแค่ทอมเลือดผสม ทอมชั่วครั้งชั่วคราวเท่านั้น* บางคนเป็นทอมเพราะก่อนหน้านี้เป็นหญิงไม่รุ่ง ไม่มีใครแล ไม่มีใครมาจีบ ผู้ชายเมิน น้อยใจเลยเป็นทอมแม่งซะเลย บางคนเกิดมาอ้วนมาก ไม่รุ่งเหมือนกัน กูเป็นทอมแม่งนี่แหละเผื่อจะสมหวังในรักบ้าง (สังเกตได้ว่าพวกทอมอ้วนๆ แม่งจะมีแฟนผอมแห้งและแรดมากเป็นพิเศษ)

หมายเหตุ : เชื่อเถอะ อีกไม่นานก็เปลี่ยนใจกลับไปแต่งสาวเหมือนเดิม

 

 

พวกนี้มักจะคิดว่าตัวเองเป็นชาวร็อค ทำอะไรแรงๆ อยู่เสมอ เช่นการทำตัวกากเหมือนเด็กผู้ชายเกรียนๆ ทั่วไป ซึ่งพวกนางคิดว่าตัวเองเท่ห์มาก หล่อ ฮิต ระเบิด บางคนหนังหน้าอาจจะเกินเยียวยา Photoshop ยังรักษาไม่ได้... 

 

 


แต่!!!

ทำไมสาวๆ ถึงกรี๊ดพวกแม่งนัก?

 


1.ทำตัวเท่ห์ โชว์พาว พูดจาเสี่ยวๆ : พวกสาวสิ้นหวังในความรักมักจะตกหลุมพรางนั้นได้ง่ายๆ (เพื่อนฝูงควรดูแลและคอยตักเตือนบ้าง)

2.แต่งตัวให้ดูดี ถึงหน้าไม่ให้ทรงผมต้องเซทหรือเหี้ยนเกรียนเหมือนผู้ชายไว้ก่อน

- แต่งตัวให้เกาหลีจ้ะตะเอง : ช่วงนี้กำลังฮิตมาก หน้าตาพวกนางโคตรมิสเตอร์ซิมเปิ้ล บางคนพยายามไว้จอน ไว้ลากไซให้เหมือนไอดอลแต่ไม่ดูสภาพหนังหัวตัวเอง คิดภาพตามนะ เด็กผู้หญิงผมบ๊อบติ่งๆ แล้วพยายามเซทผม...เออ...อย่างนั้นแหละ (สะบัดมือ Mr.Simple)

- แต่งตัวอินดี้หน่อย : เสื้อเชิร์ตตัดอ้อยติดกระดุมรัดแม่งให้ถึงคอปล่อยชายเสื้อออกมา กางเกงขาสั้น รองเท้าผ้าใบ เติมแอคเซตเซอรี่เข้าไปด้วยเช่นกำไลข้อมือ นาฬิกา หรือแว่นแฟชั่นอันใหญ่เท่าหัวหมา เซอร์ๆ เข้าไว้ บางคนใส่แล้วก็โคตรหล่อแต่บางคนใส่แล้วกูอยากแทบอยากไล่ให้มันนั่งรถไปกรีดยางที่หนองคาย

3.ถ่ายรูปลงเฟสบุ้คเรียกเหยื่อ : บางคนอาจจะตั้งชื่อเฟสบุ้คให้กากตามสถานะภาพตัวเองไปด้วยเช่น Tomz Tomza Tomkub อะไรเทือกๆ นั้น แล้วที่สำคัญเลยคือรูปถ่าย...จะเช็คเรตติ้งให้ตัวเองทั้งทีคุณสมบัติที่ขาดไม่ได้ในการล่าเหยื่อในเฟสบุ้คคือ

 

- ถ่ายรูปเล่นมุมกล้องให้เป็น : (กระแอม) ถึงแม้อีพวกนี้จะหนังหน้าเหียก เหลี่ยมมุมทะแยงแต่พวกมันมีความสามารถอย่างหนึ่งคือการเล่นมุมกล้อง

1.หันข้างไว้ก่อน

2.เชิดหน้าขึ้นซะ ปรับระดับองศาให้พอดี

3.ยกมือขึ้นสูงๆ เล่นกล้องมุมสูงแล้วหน้าจะได้ไม่บาน

 

- ใช้ Photoshop ระดับ Expert : พวกหัดแต่งสีเห็นทีจะเป็นทอมติ่งมือใหม่ พวกทอมติ่งขั้นเทพต้องสร้างภาพหลอกลวงคนอื่นให้ได้ แต่งสีรูปให้สวย ใช้โปรแกรมลดต้นแขน ลดต้นขา ปรับขนาดบีบรูปให้เล็กลงหลังจากนั้นก็เอาลงเฟสบุ้คได้

 

คำบรรยายใต้ภาพ: ถ่ายสดคัฟ YY ไม่หล่อเลย

#อีดอก สดพ่อมึง ไว้แม่ส่งกูไปเรียนที่ทุ่งนาก่อนนะแล้วจะเชื่อ

 

 

อีหนึ่งประเด็นที่เห็นแล้วคันตีนมากไม่ใช่แค่พวกทอมติ่งหรอก คนทั่วไปก็ด้วยนี่แหละ แต่เจอบ่อยมากกก

นั่นก็คืออีพวกถ่ายรูปสดแล้วอัพขึ้น (ดิสบีบีเอย,เฟสบุ้คเอย,ทวีตเอย)

ก็รู้นะว่ามันเป็นเรื่องส่วนตัวของพวกมึงแต่กูก็อดที่จะเสือกไม่ได้ ของแบบนี้มันอยู่ในสายเลือด การเสือกมันเป็นจิตวิญญาณ cr:พี่ออย

อยากรู้จริงๆ ที่อัพรูปสดโชว์ให้ดูนี่คืออยากให้ชาวบ้านเค้าได้รับรู้ว่าหนังหน้าของมึงเหมือนปลาดุกพึ่งหย่านมหรือจะบอกว่าตอนนี้กูหล่อนแฮ่นมากนะขอบอก

 

ทอมติ่งพวกนี้จะพบเจอได้ที่ รร. มัธยมทั่วไปไม่ว่าจะเป็น รร.รัฐบาลหรือเอกชนก็ตาม มันลามไปทั่วทุกสารทิศ ลักษณะประจำตัวเวลาสวมเครื่องแบบนักเรียนคือ...

 

 

1.เสื้อนักเรียนตัวใหญ่ๆ เกินไซส์ตัวเอง #ยกเว้นทอมติ่งอ้วนๆ ที่ไร้หนทางเลือก

2.กระโปรงยาวๆ

3.กระเป๋าเป้สะพายแล้วให้ดึงสายให้ขึ้นสูงๆ เลยนะ

 

 

นั่นคือตัวอย่างแบบคล่าวๆ เรามักจะพบเจอพวกนี้บ่อยตอนเข้าแถว ตอนพักเที่ยงกินข้าว (ช่วงเวลาหากินของพวกมัน เดินเช็คเรตติ้งให้คนมอง บางครั้งมันก็ไม่รู้หรอกว่าคนมองเพราะชอบหรือสมเพชกันแน่) สุดท้ายคือหลังเลิกเรียน (อาจจะโชว์พาวโดยการเล่นบาสโชว์หรือนั่งเกาะกลุ่มคุยกัน) ถ้าโชคร้ายหน่อยอาจจะเจอพวกมันตอนไปเดินห้างหลังเลิกเรียนด้วยก็เป็นได้...

  

 

 

ข้างบนนี้หวังว่าจะทำให้ท่านพอรู้จักทอมติ่งกันไปโดยคล่าวๆ แล้วต่อไปนี้เราจะมาพูดถึง “แหล่งต้นกำเนิด ทอมติ่ง ที่กำลังเป็นที่นิยมกันเป็นอย่างมากในยุคนี้”

 

จากผลสำรวจโดยศาสตราจารย์ด๊อกเตอร์พี่ขำ เราได้ค้นพบแล้วว่า ทอมติ่งนั้นมีมากมายล้นหลามมาเยอะแยะเกลื่อนสยามสาเหตุเบื้องต้นมาจาก...

 

 

 

 

 

 

“UFO”

 

 

 

 

 

เถียงกูเซ๊ ~

 

 

 

 

 

 

 

ผลโหวตที่สองคือ...

 

 

 

 

 

“เต้น Cover”

 

 

 

 

หลายคนคงบอกว่า “เออใช่ๆๆๆ” แต่หลายคนอาจจะขมวดคิ้วแล้วส่ายหัวปฏิเสธใหญ่ (อีพวกส่ายหัวกูจะจับมึงเข้าโพลทอมติ่งไปโดยปริยาย #มึงแฝงตัวมาอ่านบทความกูใช่ไหม)

 

 

 

เราจะมาพูดถึงเด็กติ่งที่เป็นทอมเพราะ Cover กันก่อนแล้วกัน

สาเหตุที่น้องนางนั้นนึกอยากเป็นทอมอาจจะเป็นเพราะ...

 

1.ชอบไอดอลเข้าสายเลือดจนถึงขั้นนั่งอยู่เฉยๆ ไม่ได้ เพลงดังขึ้นมาก็แกะท่า ลุกไปเต้น พอเห็นว่า “เอ๊...กูนี่แม่งเต้นลายฮยอกเลยว่ะ เท่สัสอ่ะ ไปหาออเข้าวงโคฟดีกว่า!” ตอนนั้นน้องแกอาจจะผมยาวตกถึงตูด ใส่ยกทรงสีชมพูหวานแหวว กรีดอายงามกระด้อกระเดี้ย เลยตัดสินใจตัดผมสั้นบ๊อบให้เหมือนเด็กผู้ชายไปเลย!

 

หมายเหตุ : นี่มันคือเรื่องจริงที่สังคมต้องยอมรับว่ากระแสแต่งชายนี่มันฮ๊อตมาก บางคนอาจจะไม่ได้อยากเป็นทอมแต่พอเห็นตัวเองแต่งแมนแล้วหล่อนี่มันยากที่จะห้ามตัวเองจริงๆ เชื่อว่าหลายคนคงเป็น...ไอ้อาการแต่งหล่อแอ๊บแมนแล้วอัพรูปลงเฟสน่ะ แต่บางคนพอโดนชอบเยอะๆ เลยเป็นทอมอย่างปฏิเสธไม่ได้

 

2.พอเข้าวงโคฟแล้วซ้อมเต้นกันจนได้ขึ้นงาน มีสาวกรี๊ดกร๊าด ฟินสิจ๊ะงานนี้...หลังจากนั้นก็มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วย ถามชื่อ ขอเมลล์ แอดเฟสบุ้ค บลาๆ พี่ขาเล่นว้อทแอฟไหม ประจวบเหมาะกับก่อนหน้านี้เป็นผู้หญิงไม่รุ่งกูเลยผันไปเป็นทอมแม่งซะเลย (กุมขมับ...)

 

 

ขี้เกียจเอาเรื่องทอมเด็กโคฟมายกตัวอย่างแล้วเดี๋ยวของมันเข้าตัว งั้นเราจะเปลี่ยนประเด็นกันไปที่...

 

 

 

“ทอมติ่งเพราะเล่น UFO”

 

เชื่อว่าหลายคนคงเล่น UFO กันมาก่อน ปัจจุบันก็คงเล่นกันอยู่ บางคนอาจจะเลิกเล่นไปแล้ว คงเห็นกันมาบ้างใช่ไหมกับพวกทอมในยูโฟ่น่ะ...

อย่างที่รู้ๆ กันว่าสมัยนี้การเล่น UFO นั้นมันไม่ได้รู้จักกันแค่ภายนอกอย่างเดียวแล้ว คุยกันไม่นานก็ขอพินขอเฟส ถามถึงตัวจริงไม่เหมือนยูสมัยก่อนที่ยึดมั่นในอุดมการณ์ว่า “ไม่รู้จักฉัน ไม่รู้จักเธอ” อาจจะรู้่จักตัวจริงกันบ้างแต่นั่นต้องสนิทกันมากจริงๆ บางคนก็รู้สึกงิดกันบ้างเล็กน้อยที่พอรู้ตัวจริงแล้วผิดหวัง หลายคนคงคาดหวังไว้ว่า ufo เมะๆ ที่ตัวเองคุยอยู่นั้นตัวจริงจะหล่อ ผอม ดูดี และยูเคะที่คุยด้วยจะน่ารักแบ๊วๆ ใสๆ ญี่ปุ่นสักหน่อย โมเอ้ไส้เลื่อนอะไรทำนองนั้น

 

 

แต่ส่วนมาก....มันไม่ใช่อย่างนั้นหรอกนะดัลลิ้ง...

 

 


อีพวกติ่งหูที่ชอบเล่นยูแล้วผันตัวเองมาเป็นทอมนี่มีเยอะ สาเหตุเพราะการพูดครับในยูบ่อยมากเกินไปจนมันสับสนทางเพศว่าตัวเองเป็นตัวอะไร เล่นยูมากเกินไปจนลืมชีวิตข้างนอก บางคนอาจจะเป็นผู้หญิงปกติธรรมดานั่นแหละ แต่พอเล่นยูไปนานๆ ความคิดตื้นๆ ของเด็กน้อยวัยขบเผาะ คิดว่าการเป็นเมะต้องแมนกว่าเคะเลยเป็นทอมแม่งซะ!

พอแต่งแมนแล้วก็เดินไปส่องกระจก...อีห่า...กูแม่งหล่อสัด...ใช้รูปตัวเองหลอกล่อพวกคนในยูจนมีคนหลงผิด ตอนนั้นนางคงฟินมาก คิดในใจว่ารู้งี้กูน่าจะเป็นทอมตั้งนานแล้ว มีคนชอบกูเยอะแยะเลย ฮิ้วววว (แค่ในยู ชีวิตจริงก็กลายเป็นอีปลวกหน้าแย้เหมือนเดิม)

 

ทอมกลุ่มนี้มักจะมี บีบี เป็นของตัวเอง อัพสเตตัสแต่ละทีอัพแต่เรื่องยู พูดครับตามหลังเห็นแล้วสุดแสนจะคันตีน (ลบทิ้งไปไม่รู้กี่คนแล้ว) 

 

 

 

 

อย่างไรก็ตามแต่...เรื่องราวที่เขียนไปทั้งหมดนั้นสติสัมปชัญญะของเรายังไม่ครบถ้วน เขียนไปนิดๆ หน่อยๆ พอหอมปากหอมคอ อาจจะมีคนชอบบทความนี้หรืออาจจะมีคนไม่ชอบหน้าเรามากไปกว่าเดิม มันก็สุดแท้แต่คุณนั่นแหละนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

เอาล่ะเด็กๆ จัดตารางสอนแล้วเข้านอนได้แล้วเร๊ว...

NC - Backing Friend แฟนคลับ

posted on 29 Dec 2011 15:48 by specialdictator

 

 

 

 

เตียงนุ่มยวบลงไปตามแรงกดทับของร่างหนา นัยน์ตาเรียวปรือมองอีกฝ่ายที่กำลังขึ้นคร่อมร่างของเขาเอาไว้พร้อมกับถอดเสื้อไหมพรมของตัวเองออกเผยให้เห็นหน้าท้องที่มีแต่มัดกล้ามที่สาว ๆ ต่างหลงใหล มือเรียวลูบไปตามซิกแพคเป็นลอนนั่นในขณะที่ใบหน้าคมกำลังกระตุกยิ้มมองด้วยความพอใจเมื่อเห็นเสื้ออีกฝ่ายสวมอยู่

 

 

“นอรึลวอนเฮ...”

 

“ต้องการเราเหรอฮยอกแจ” อ่านตัวหนังสือบนเสื้อตัวบางแล้วก็จ้องมองดวงหน้าหวานที่กำลังขึ้นสีระเรื่อ ถึงแม้ว่านี่จะไม่ใช่ครั้งแรกแต่มันก็ไม่บ่อยนักที่เราทั้งคู่จะมีโอกาสอยู่ด้วยกันแบบนี้

 

 

เพราะทุกครั้งที่ถูกกอด...มันเต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดถึง...โหยหาทั้งนั้น...

 

 

“ทงเฮ...” เสียงหวานเอ่ยเรียกชื่อคนรักก่อนจะยันตัวลุกขึ้นนั่ง แขนเรียวโอบรอบคอหนาเอาไว้ก่อนจะประกบริมฝีปากลงไปแผ่วเบาแล้วค่อย ๆ ผละออกเรียกรอยยิ้มจากร่างหนาได้เป็นอย่างดี

“ครับ~” ปลายจมูกโด่งสันคลอเคลียกับปลายจมูกเล็กพร้อมกับกดจูบลงไปซ้ำ ๆ อย่างหมั่นเขี้ยวเมื่อคนตรงหน้ากำลังทำตัวเป็นลูกแมว มือแกร่งสอดเข้าไปในเสื้อตัวบางอีกครั้ง ลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียน กระชับกอดแน่นขึ้นแล้วงับริมฝีปากล่างเบา ๆ ค่อย ๆ ขบเม้มก่อนจะเปลี่ยนเป็นบดขยี้ในไม่ช้า ลิ้นร้อนแทรกเข้าไปในโพรงปากหวาน เกี่ยวกระหวัดหยอกล้ออย่างไม่มีใครยอมใคร มือเรียวขย้ำกลุ่มผมร่างหนาไว้ตามแรงความต้องการ ริมฝีปากทั้งคู่ผละออกจากกันเมื่อเสื้อตัวบางที่สวมใส่กำลังถูกถอดออก จ้องหน้ากันและกันอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าประกบจูบกันอีกครั้งโดยที่ไม่รู้ว่าใครเป็นฝ่ายเริ่มก่อน

 

 

มีคนบอกผมว่า...จูบ...คือวิธีแสดงความรัก...

 

 

“อือ...ทงเฮ...”

“ฮยอกแจ...”

 

 

มีคนบอกว่า...ถ้าได้กอดคนรักแล้วจะลดความคิดถึงลงไปได้บ้าง...

แต่สำหรับผม...มันไม่เห็นจะลดลงเลยสักนิด...

 

 

 

ริมฝีปากบางเผยอหอบเมื่ออีกฝ่ายโถมตัวเข้าหาอย่างหนักหน่วง ขาเรียวเกี่ยวกับเอวหนาเอาไว้พลางจิกเล็บลงบนแผ่นหลังกว้าง ข่วนจนเกิดรอยแดงได้ยินเสียงครางแห่งความสุขสมของร่างหนา...รู้สึกราวกับจะขาดใจเมื่อถูกปรนเปรอทั้งข้างหน้าและข้างหลัง มือแกร่งลูบไล้ไปตามต้นขา ริมฝีปากอุ่นร้อนขบเม้มลงบนยอดอกกระตุ้นอารมณ์จนสมองขาวโพลนไปหมด อีกทั้งรอยแดงจาง ๆ ที่ตีตราเอาไว้

 

 

ว่าอีฮยอกแจเป็นของอีทงเฮแค่เพียงผู้เดียว...

 

 

“ฮยอกแจ...”

“อื้อ....อื้อ...”

“รัก...”

ปรือตามองคนรักที่กำลังเคลื่อนตัวอยู่บนร่างพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ...มือเรียวรั้งท้ายทอยอีกฝ่ายลงมาจูบอีกครั้งทั้งที่ร่างกายส่วนล่างยังคงเชื่อมต่อกันอยู่...อีกนิดเดียว...อีกนิดเดียวเท่านั้น...ทงเฮขยับตัวเข้าออกเร็วแรงจนร่างของฮยอกแจสั่นคลอนไปตามแรงเข้าหาก่อนจะปลดปล่อยเข้าไปในตัวร่างบาง

 

 

ไม่มีใครพูดอะไรอีก...มีเพียงแค่แววตาแห่งความคิดถึงและเสียงหอบหายใจเท่านั้น...

 

 

โน้มใบหน้าลงมากดจูบลงบนขมับชื้นเหงื่อเบา ๆ ก่อนจะเลื่อนลงมากดจูบริมฝีปากแดงฉ่ำที่กำลังบวมเจ่ออีกครั้ง รอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้าทั้งคู่...ส่วนกลางของร่างกายยังคงเชื่อมต่อกันอยู่อย่างนั้น ไม่มีใครคิดจะผละตัวออกก่อน

คิดถึงช่วงเวลาเก่าๆ ที่เรายังอยู่ด้วยกันได้โดยไม่ต้องแคร์สายตาใคร แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าในตอนนี้ฮยอกแจจะไม่พอใจในสิ่งที่เป็นอยู่...

 

เพราะถ้าทงเฮรักทงเฮชอบอะไรฮยอกแจก็ชอบด้วยเหมือนกัน

 

ข้างนอกอากาศหนาวเย็นจนต้องสวมเสื้อหลายๆ ชั้นหากแต่คนสองคนกลับไม่ต้องการความอบอุ่นใดๆ นอกจากร่างกายอีกคน นิ้วหัวแม่มือไล้ไปตามริมฝีปากอิ่มก่อนจะหัวเราะน้อยๆ เมื่อร่างบางพรมจูบลงบนนิ้วเขาเบา ๆ

 

“เดี๋ยวก็ไม่ได้ทำงานต่อหรอก”

“ทำไมล่ะ”

 

 

 

 

 

 

 

“อ้อนมาก...เดี๋ยวจะโดนเบิ้ลรอบสอง...”